ประกันสังคม อย่างเดียวไม่พอ แนะนำ! 2 แผนช่วยรับความเสี่ยง

419 Views  | 

ประกันสังคม

ประกันสังคม กำลังเป็นกระแสที่คนพูดถึงมาก ในปี 2569 บางคนไม่อยากจ่ายแล้ว แต่ด้วยความที่เรายังเป็นพนักงาน ก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมี ม.33 หักจากเงินเดือนและนายจ้างสมทบทุกเดือน บางบริษัทก็มีประกันกลุ่มให้

เพราะฉะนั้นมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ทำงานก็เหนื่อยแล้ว อย่าให้หมดไปกับค่ารักษาส่วนเกิน หรือเหตุไม่คาดคิดในอนาคต ด้วยแผนความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และ ประกันโรคร้ายแรง ที่เราจะแนะนำต่อไปนี้

ทำไม? สิทธิประกันสังคม อย่างเดียว ถึงไม่พอ

เพราะยาและค่ารักษาบางรายการ เราไม่สามารถเบิกได้ และจะต้องจ่ายเอง ไม่ว่าจะเป็นค่าห้องพักเดี่ยว หรือยานอกบัญชี ที่สำคัญ สิทธิประกันสังคม มีหมอหลายท่านออกมาพูดกันเยอะว่าการเข้าถึงช้า การรักษาบางอย่าง โดยเฉพาะการส่งตัวไปรักษามะเร็งก็ทำได้ยากกว่าบัตรทอง

ยิ่งไปกว่านั้น หากเราออกจากงาน และเปลี่ยนเป็น ม.39 ก็รับผิดชอบจ่ายเบี้ยคนเดียวเต็มๆ สิทธิการรักษาก็ได้เท่าเดิม แต่ประกันสังคมก็มีข้อดีอย่างเช่น การตรวจสุขภาพ เหมือนเราค่อยๆสะสมเงิน เอาไว้ตรวจสุขภาพประจำปี และหาหมอ OPD ได้บ่อย เบี้ยก็อยู่ในราคาที่ประหยัดกว่าประกันสุขภาพ

ความเสี่ยงด้านค่ารักษาพยาบาล ที่ไม่ครอบคลุม

ทำไมเราถึงบอกว่า ค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ครอบคลุม จึงเป็นความเสี่ยง เพราะนั่นหมายความว่าจะต้องควักเงินเอง แม้แต่ประกันสุขภาพ หากเราเลือกแผนจ่ายเบี้ยถูก โดยเป็นแผนประกันสุขภาพ ที่กำหนดงบประมาณให้ เมื่อหาหมอมีส่วนเกินก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

ความเสี่ยงอื่นๆ ที่กำลังเป็นข่าวในปี 2569 เรื่องสภาพคล่องของกองทุนประกันสังคม ที่เราไม่อาจจะสามารถรู้เลยว่าความเป็นจริงคืออะไร อนาคตของเงินที่เราจ่ายไป ทั้งบำเน็จและบำนาญ จะได้คืนหรือไม่ นี่คือความเสี่ยงที่ทำให้ต้องวางแผน รัดเข็มขัดเพื่ออนาคตเราเอง

2แผนประกันทำเสริม ประกันสังคม ช่วยรับความเสี่ยง

นี่เป็นเพียงแบบพื้นฐาน ที่เหมาะสมที่สุดกับการซื้อคู่ ประกันสังคม ส่วนใครอยากซื้อแบบอื่นๆตามความชอบ ก็สามารถทำได้เช่นกัน เช่น ประกันสะสมทรัพย์ หรือ ประกันบำนาญ มาดูว่าแผนที่เราแนะนำ มีอะไรบ้าง

แผนแรก มรดก ประกันชีวิต + โรคร้ายแรง

ตัวอย่าง แผน 2,000,000 ผลประโยชน์ ที่จะได้รับ 

  • เสียชีวิตทุกกรณี* = 2,000,000 บาท
  • หรือ จ่ายจบ 50 โรคร้ายแรง / พิการถาวร = 1,500,000 บาท
  • หรือ ครบสัญญา รับเงินก้อน = 500,000 บาท
  • นอนโรงพยาบาล ได้เงินชดเชย วันละ = 1,000 บาท

แผนที่สอง ประกันสุขภาพเหมาจ่าย แบบมีดีดัค

คือประกันสุขภาพเหมาจ่าย แต่เราจะมีส่วนดีดัค หรือส่วนจ่ายแรกก่อน เช่น บิลค่ารักษา 100,000บาท เราจ่ายส่วนแรก 30,000 FWD จ่าย 70,000 เป็นต้น แต่กรณีเราใช้คู่ประกันสังคม ส่วนแรก 30,000 บาทเราไม่ต้องจ่าย เพราะประกันสังคม จะรับผิดชอบให้

ตัวอย่าง แผนเหมาจ่าย 1,000,000 ดีดัค 30,000

  • เสียชีวิตทุกกรณี* = 60,000
  • ค่ารักษาพยาบาลเหมาจ่าย = 1,000,000 ต่อปี ดีดัค ส่วนร่วมจ่าย = 30,000 ต่อครั้ง
  • ค่าห้อง อาหาร บริการ รพ = วันละ 2,500 บาท
  • OPD ปวดหัว ท้องเสีย ไอเจ็บคอ รับยากลับบ้าน = 3,000 ต่อปี
  • นอนโรงพยาบาล ได้เงินชดเชย วันละ = 1,000 บาท

ทั้งสองแผน เบี้ยประกันไม่สูงมาก แต่จะมีเบี้ยปรับเพิ่มทุกปีตามอายุที่เพิ่มขึ้น ทางที่ดีควรปรึกษาพูดคุยกับตัวแทน เพื่อให้ช่วยวางแผนก่อนตัดสินใจ

*เสียชีวิตทุกรณี ยกเว้น ฆ่าตัวตายภายใน 1ปี , ผู้รับผลประโยชน์ฆ่า , ปกปิดแถลงเท็จ , ประกันขาดอายุ , ใช้มูลค่าในกรมธรรม์ไปแล้ว

เลือกแผนประกันเสริมยังไง ให้เหมาะกับมนุษย์เงินเดือน

การเลือกแผนประกันเสริม อย่างแรกเลยที่ต้องดูถือ ฐานเงินเดือน สภาพคล่องในแต่ละเดือน และค่าใช้จ่ายประจำ การจ่ายประกันบางคนอาจจะมองว่าคือภาระ แต่หากมองกลับกัน ถ้าไม่มีไว้ภาระที่หนักกว่านี้ อาจจะตามมาในอนาคต สิ่งที่ต้องทำการบ้านก่อน คือ

  1. สำรวจงบประมาณ เงินได้แต่ละเดือนก่อน พยายามลองตัดที่ไม่จำเป็นออก
  2. หากเรากังวล จากไปเป็นภาระ กลัวเป็นโรคร้ายแรงประกันสุขภาพก็ไม่มี ประกันสังคมก็ไม่ครอบคลุม อยากได้เงินสักก้อนไว้ แนะนำ แผนมรดก โรคร้ายแรง
  3. หากเรากังวล ค่ารักษาพยาบาล ไม่อยากจ่ายเงินเอง อยากเข้าถึงสิทธิการรักษาที่ครอบคลุม หรือ เข้าถึงสิทธิส่วนเกิน ที่ประกันสังคมไม่ครอบคลุม ก็เลือกทำประกันสุขภาพเหมาจ่าย แบบมีดีดัค
  4. แต่ถ้าฐานเงินเดือนสูง อยากลดหย่อนภาษี เน้นเรื่องผลตอบแทน ก็สามารถใช้ตัวช่วยอย่าง สะสมทรัพย์ และ บำนาญ แทนสองแผนที่เราแนะนำได้เช่นกัน

Powered by MakeWebEasy.com
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  and  Cookies Policy